You are here

Art and Engagement in Early Postwar Japan

Art and Engagement in Postwar Japan book cover
Jesty, Justin. Art and Engagement in Early Postwar Japan. Cornell University Press, 2018

downtown drift,ส่วนแนวโน้มผลประกอบการในปี 59 เชื่อว่าจะปรับตัวดีขึ้น ตามภาวะตลาดที่คาดว่าจะปรับตัวดีขึ้น แต่อย่างไรก็ตามต้องติดตามภาวะเศรษฐภายในประเทศ คือการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ และการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานที่ชัดเจน ขณะที่ยังต้องติดตามภาวะเศรษฐกิจของต่างประเทศด้วย เช่น เศรษฐกิจสหรัฐฯที่ฟื้นตัวขึ้นมาแล้ว เศรษฐกิจของสหภาพยุโรป และญี่ปุ่นก็ปรับตัวดีขึ้น สำหรับเศรษฐจีนยังอยู่ในภาวะประคองตัว แต่ก็ถือว่ามีอัตราเติบโตอยู่ในระดับสูง รวมถึงยังต้องติดตามราคาสินค้าโภคภัณฑ์ โดยหากราคาฟื้นตัวขึ้นมาก็จะสะท้อนถึงภาพรวมการบริโภคที่ฟื้นตัวขึ้น,SCI SET ปิดเช้าบวก 1.73 จุด TRUE ซื้อ-ขายสูงสุด 954.69 ลบ. ทริสฯคงอันดับเครดิตองค์กร-หุ้นกู้ STA ที่ระดับ A- แนวโน้ม Stable ยังมองแรงหนุนจากกองทุน LTF/RMF น่าจะเข้ามามากในช่วงเดือนหน้า และจะเป็นลักษณะการทยอยซื้อเมื่ออ่อนตัว ทั้งนี้จากสถิติพบว่าในเดือนธ.ค. มักซื้อสุทธิเฉลี่ยประมาณ 1.5 หมื่นล้านบาท สรุปซื้อขายกระดานรายใหญ่วันนี้ ADVANC มูลค่าสูงสุด 299.30 ลบ. สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ จะขอความเห็นชอบให้ข้าราชการเข้าร่วมโครงการบรรพชาอุปสมบทหมู่เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 88 พรรษา 5 ธันวาคม 2558 โดยไม่ถือเป็นวันลา นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ในเดือน ต.ค.58 รัฐบาลจัดเก็บรายได้สุทธิ 165,304 ล้านบาท ต่ำกว่าประมาณการตามเอกสารงบประมาณ 1,212 ล้านบาท หรือ 0.7% และต่ำกว่าเดือนเดียวกันของปีก่อน 8,397 ล้านบาท หรือ 4.8%ปัจจุบันผู้ผลิตยางธรรมชาติรายใหญ่ของโลกประกอบด้วยประเทศไทย อินโดนีเซีย เวียดนามและมาเลเซีย ผลผลิตโดยรวมจากทั้ง 4 ประเทศคิดเป็น 79% ของผลผลิตทั่วโลกที่มีปริมาณ 5.6 ล้านตันในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2558 โดยประเทศไทยเป็นผู้ผลิตรายใหญ่ที่สุดด้วยผลผลิตรวมทั้งสิ้น 2.01 ล้านตัน รองลงมาได้แก่ประเทศอินโดนีเซีย (1.62 ล้านตัน) ประเทศเวียดนาม (0.41 ล้านตัน) และประเทศมาเลเซีย (0.35 ล้านตัน) ส่วนในด้านของการบริโภคนั้น ความต้องการยางธรรมชาติปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงปี 2554-2557 ที่ผ่านมาจาก 10.79 ล้านตันในปี 2553 มาอยู่ที่ 12.16 ล้านตันในปี 2557 เติบโตเฉลี่ยประมาณ 3.0% ต่อปี ประเทศจีนเป็นผู้บริโภครายใหญ่ที่สุด ซึ่งคิดเป็น 39.2% ของปริมาณผลผลิตยางธรรมชาติทั่วโลก การบริโภคยางธรรมชาติทั่วโลกเพิ่มขึ้นเล็กน้อยที่ระดับ 1.4% ในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2558 เนื่องจากสภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวและราคาน้ำมันดิบที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ International Rubber Study Group (IRSG) คาดการณ์ว่าผลผลิตยางธรรมชาติของโลกจะมีมากกว่าความต้องการยางธรรมชาติที่จำนวน 303,000 ตัน ในปี 2558ขณะที่ผลประกอบการไตรมาส 4/58 คาดว่าจะดีกว่าไตรมาส 3/58 เนื่องจากปริมาณการซื้อขายของตลาดหุ้นไทยมีทิศทางดีขึ้น โดยคาดว่าค่าคอมมิชชั่นจะไม่ต่ำกว่าระดับปัจจุบันที่ 0.18% ขณะที่บริษัทไม่มีนโยบายการแข่งขันด้านราคา แต่จะเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการและการให้ความรู้แก่ผู้ลงทุน ตลาดภาคเช้าปิดปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อย สวนทางกับตลาดรอบบ้านที่ปรับตัวลดลง ซึ่งมาจากราคาสินค้าโภคภัณฑ์ซึ่งกดดันในหุ้นกลุ่มพลังงาน สำหรับตลาดบ้านเรา กลุ่มที่ปรับบวกได้ดีกว่าตลาดคือหุ้นกลุ่มธนาคาร และยังมีการเก็งกำไรในหุ้นกลุ่ม MAIแนวโน้มอันดับเครดิต Stable หรือ คงที่ สะท้อนถึงความคาดหวังว่าบริษัทจะรักษาความสามารถในการแข่งขันในอุตสาหกรรมยางธรรมชาติได้ต่อไป นอกจากนี้ ยังคาดว่าบริษัทจะสามารถจัดการสภาพคล่องและรักษาความแข็งแกร่งของงบดุลเพื่อรองรับวงจรธุรกิจขาลงของอุตสาหกรรมยางธรรมชาติได้ปัจจุบันผู้ผลิตยางธรรมชาติรายใหญ่ของโลกประกอบด้วยประเทศไทย อินโดนีเซีย เวียดนามและมาเลเซีย ผลผลิตโดยรวมจากทั้ง 4 ประเทศคิดเป็น 79% ของผลผลิตทั่วโลกที่มีปริมาณ 5.6 ล้านตันในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2558 โดยประเทศไทยเป็นผู้ผลิตรายใหญ่ที่สุดด้วยผลผลิตรวมทั้งสิ้น 2.01 ล้านตัน รองลงมาได้แก่ประเทศอินโดนีเซีย (1.62 ล้านตัน) ประเทศเวียดนาม (0.41 ล้านตัน) และประเทศมาเลเซีย (0.35 ล้านตัน) ส่วนในด้านของการบริโภคนั้น ความต้องการยางธรรมชาติปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงปี 2554-2557 ที่ผ่านมาจาก 10.79 ล้านตันในปี 2553 มาอยู่ที่ 12.16 ล้านตันในปี 2557 เติบโตเฉลี่ยประมาณ 3.0% ต่อปี ประเทศจีนเป็นผู้บริโภครายใหญ่ที่สุด ซึ่งคิดเป็น 39.2% ของปริมาณผลผลิตยางธรรมชาติทั่วโลก การบริโภคยางธรรมชาติทั่วโลกเพิ่มขึ้นเล็กน้อยที่ระดับ 1.4% ในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2558 เนื่องจากสภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวและราคาน้ำมันดิบที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ International Rubber Study Group (IRSG) คาดการณ์ว่าผลผลิตยางธรรมชาติของโลกจะมีมากกว่าความต้องการยางธรรมชาติที่จำนวน 303,000 ตัน ในปี 2558ทั้งนี้จากศักยภาพของทรัพย์สินที่เข้าลงทุน พร้อมกับประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในการบริหารจัดการทรัพย์สินมายาวนานกว่า25ปี ของบริษัทไทคอน ซึ่งเป็นผู้นำด้านการพัฒนาโรงงานสำเร็จรูป และบริษัททีพาร์ค ผู้นำด้านการพัฒนาคลังสินค้าคุณภาพสูงเพื่อให้เช่าที่เป็นผู้บริหารอสังหาริมทรัพย์(Property Manager) ในการบริหารทรัพย์สินดังกล่าวให้เป็นไปตามเป้าหมายและเกิดประโยชน์สูงสุดกับผู้ถือหน่วยทรัสต์นอกจากนี้แล้วนับตั้งแต่จัดตั้ง TREIT (เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2558) ยังสามารถจ่ายผลตอบแทนไปแล้วจำนวน 3 ครั้ง รวม 0.6859 บาทต่อหน่วยทรัสต์、กำหนดจุด stop loss เมื่อใกล้หลุด 1.38 บาท กระทรวงอุตสาหกรรม รายงานภาวะเศรษฐกิจอุตสาหกรรม เดือนกันยายน 2558downtown drift, HPT ดีดแรง 21% วอลุ่มแตะ 100 ลบ. จากที่วานนี้ร่วงกว่า 2%กราฟ KKC ในระยะสั้นอาจแกว่งตัวแคบ แต่กราฟ Week แสดงให้เห็นถึงการบีบตัวเองเข้าหากรอบสามเหลี่ยม ซึ่งอยู่ในระนามของแนว up trend โดย Stoch ตัดขึ้นเป็นสัญญาณเดินหน้า และรอกราฟวิ่งผ่าน 4 บาทขึ้นไปจะขึ้นแรงไปอีกช่วงระดับราคาหนึ่ง หรือราว 5 บาท ดังนั้น ต้องใจเย็นซื้อสะสม ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คงมุมมองเดิมว่า สัญญาณการฟื้นตัวของภาคการส่งออกไทยยังคงไม่มีภาพที่ชัดเจนมากนักในขณะนี้ ขณะที่การฟื้นตัวของมูลค่าการส่งออกในช่วงที่เหลือของปีนี้ ก็น่าจะอยู่ในกรอบที่ค่อนข้างจำกัด ซึ่งทำให้มีความเป็นไปได้ว่า ภาพรวมการส่งออกของไทยในปี 2558 นี้ มีความเสี่ยงที่จะติดลบมากกว่าร้อยละ 5.0 ที่ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประมาณการไว้สำหรับกรณีพื้นฐานสำหรับผลการดำเนินงานในไตรมาส 4/58 บริษัทฯ คาดว่ากำไรสุทธิจะมากกว่าไตรมาส 3/58 ที่มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 24.12 ล้านบาท เนื่องจากเป็นช่วงไฮซีซั่นของธุรกิจที่จะมีการซื้อสินค้าของลูกค้าค่อนข้างมาก ประกอบกับการออกแคมเปญกระตุ้นยอดซื้อ ซึ่งจะทำให้ยอดขายในช่วงไตรมาส 4/58 เป็นไตรมาสที่คาดว่ามียอดขายดีและมีการเติบโตมากกว่าไตรมาส 3/58 และส่งผลไปถึงกำไรของบริษัทฯ ในไตรมาส 4/58。

งบดุลของบริษัทอยู่ในระดับปานกลาง ส่วนหนี้เงินกู้รวมของบริษัทเพิ่มขึ้นเป็น 19,799 ล้านบาทในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2558 จากเดิมที่ 13,975 ล้านบาท ณ สิ้นเดือนธันวาคม 2557 อัตราส่วนเงินกู้รวมต่อโครงสร้างเงินทุนอ่อนตัวลงอยู่ที่ระดับ 48.11% ณ สิ้นเดือนกันยายน 2558 จาก 40.43% ณ สิ้นเดือนธันวาคม 2557 เนื่องมาจากความต้องการเงินทุนหมุนเวียนที่เพิ่มขึ้น ความสามารถในการชำระหนี้ของบริษัทยังคงอยู่ในระดับที่ยอมรับได้ในช่วงธุรกิจขาลงของอุตสาหกรรมยางธรรมชาติดัชนีนิกเกอิปรับตัวลงตั้งแต่ตลาดเปิดทำการ เนื่องจากสกุลเงินเยนที่แข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์ รวมทั้งการปิดลบของตลาดหุ้นนิวยอร์กเมื่อคืนนี้ ได้กระตุ้นให้เกิดแรงเทขายในตลาดโตเกียวช่วงเช้านี้ ทั้งนี้ผลการดำเนินงานดังกล่าวที่เพิ่มขึ้น เนื่องจากต้นทุนขายและบริการ ลดลง 166 ล้านบาท คิดเป็น 23% เนื่องจากบริษัทสามารถควบคุมต้นทุนได้ดีขึ้น ทำให้กำไรขั้นต้นของบริษัทเพิ่มขึ้นจาก 19% เป็น 25% ของยอดขายขณะที่ก่อนหน้านี้ CHO ได้ปรับลดเป้ารายได้ปีนี้เหลือโต 2%จากคาด 10% หลังโครงการรถเมล์ NGV ล่าช้าจังหวะของกลุ่ม Domestic ที่เคยขึ้นช้าหรือขึ้นน้อยกว่าตลาดมากๆ เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา กลายมาเป็นเริ่มขึ้นนำตลาดในวันนี้ สอดคล้องกับภาพกลยุทธ์ของฝ่ายวิจัยที่นำเสนอไปเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา รวมถึงวันนี้ว่า กลุ่ม Domestic ที่ยัง Laggard จะเป็นเป้าหมายต่อไปของกระแสเงินที่จะหมุนมาลงทุน,ทั้งนี้ เรือรบ Yamal ได้รับการออกแบบสำหรับการขนส่งบุคลากรทางทหารและยุทโธปกรณ์ โดยเรือรบลำดังกล่าวสามารถบรรทุกกองกำลังทหารได้ 250 นาย และรถถัง 10 คันประธานาธิบดีตุรกีเปิดเผยว่า เครื่องบินที่ถูกยิงตกใกล้ชายแดนประเทศซีเรียนั้นเป็นเครื่องบินรัสเซียที่รุกล้ำน่านฟ้าของตุรกี โดยเครื่องบิน Su-24 ได้รับการเตือนถึง 10 ครั้งภายในเวลา 5 นาทีว่าได้ล่วงล้ำน่านฟ้าของตุรกี ก่อนที่เครื่องบินไอพ่น F-16 ของตุรกีจะเข้าสกัด FORTH(BUY:[email protected]): ช่วง 3 ปีนี้ (ปี 58-60) คาดกำไรโตเฉลี่ยปีละ 20.5% จากแนวโน้มที่สดใสของ FSMART และการเติบโตอย่างมั่นคงของธุรกิจ EMS และธุรกิจเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง + มี Upside 19.6% และคาดให้ Div. Yield ปีละ 3.8% อีกทั้งมี Upside risk จากการขยายตู้เติมเงินที่ประเทศฟิลิปปินส์ เราจึงคงคำแนะนำซื้อประธานกรรมการบริหาร BRR กล่าวว่า ผลพลอยได้จากกระบวนการผลิตน้ำตาลทรายถูกนำไปช่วยสร้างความมั่นคงทางด้านวัตถุดิบให้แก่โรงไฟฟ้าพลังงานชีวมวลทั้ง 2 แห่งที่มีกำลังการผลิตรวม 19.8 เมกะวัตต์ ให้สามารถผลิตกระแสไฟฟ้าเพื่อจำหน่ายให้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ได้ตลอดทั้งปี และมีปริมาณเพียงพอต่อการป้อนโรงไฟฟ้าพลังงานชีวมวลแห่งที่ 3 กำลังการผลิต 9.9 เมกะวัตต์ ที่ขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการก่อสร้างและจะสามารถจำหน่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์เข้าสู่ระบบได้ภายในปี 2559,ด้านนายวีรพันธ์ พูลเกษ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทคอน อินดัสเทรียล คอนเน็คชั่น จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า สำหรับทรัพย์สินที่TREITจะเข้าไปลงทุนเพิ่มเติมนั้นรวมจำนวน 53 ยูนิต มีพื้นที่ทั้งสิ้น 155,182 ตารางเมตร ได้แก่ คลังสินค้าของบริษัท ไทคอน โลจิสติคส์ พาร์ค จำกัด หรือทีพาร์ค คือกรรมสิทธิ์ในที่ดินและสิทธิในการเช่าที่ดินจำนวน 46 ยูนิต พื้นที่ 133,282 ตารางเมตรส่วนอีก 7 ยูนิตนั้นเป็นโรงงานของบริษัท ไทคอน อินดัสเทรียล คอนเน็คชั่น จำกัด (มหาชน) หรือไทคอน คือกรรมสิทธิ์ในที่ดินและสิทธิในการเช่า รวมพื้นที่ 21,900 ตารางเมตร โดยเป็นสัดส่วนคลังสินค้าประมาณ86%และโรงงานประมาณ14% และมีโครงสร้างของทรัพย์สินที่ลงทุนเป็นการลงทุนในกรรมสิทธิ์ (Freehold)ประมาณ47% และเป็นการลงทุนในสิทธิการเช่า (Leasehold)ประมาณ53%,นอกจากนี้ ตลาดหุ้นเอเชียยังได้รับแรงกดดันจากข้อมูลเศรษฐกิจที่อ่อนแอของสหรัฐ โดยสมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์แห่งชาติของสหรัฐ (NAR) เปิดเผยว่า ยอดขายบ้านมือสองในเดือนต.ค.ร่วงลง 3.4% สู่ระดับ 5.36 ล้านยูนิต ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่ายอดขายบ้านมือสองในเดือนต.ค.ลดลงสู่ระดับ 5.4 ล้านยูนิตผลการดำเนินงานในไตรมาส 4/58 คาดว่าจะมีกำไรสุทธิและรายได้มากกว่าไตรมาส 3/58 และมากกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากบริษัทเห็นสัญญาณของการขายและการโอนโครงการอสังหาริมทรัพย์เริ่มดีขึ้นมาตั้งแต่ช่วงปลายเดือนก.ย.ที่ผ่าน หลังจากรัฐบาลส่งสัญญาณจะเข้ามากระตุ้นภาคอสังหาริมทรัพย์ ประกอบกับเศรษฐกิจไทยในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีนี้คาดว่าจะดีขึ้นจากไตรมาส 3/58 ส่งผลให้ความเชื่อมั่นกลับมา และเริ่มเห็นการซื้อและการโอนโครงการต่างๆเพิ่มมากขึ้น สำหรับธุรกิจพลังงานและพลังงานทดแทน ปัจจุบันยังอยู่ระหว่างรอการคัดเลือกจากกรุงเทพมหานคร(กทม.)เพื่อเข้ารับงานกำจัดขยะในโรงงานอุตสาหกรรม โดยคาดว่ากทม.จะสรุปได้ในเดือนธ.ค.58 และบริษัทฯน่าจะมีโอกาสได้รับงานถึง 90% ซึ่งหากได้รับงานดังกล่าว เชื่อว่าจะดำเนินการได้ทันที ส่วนโรงไฟฟ้าพลังงานลม ปัจจุบันยังอยู่ระหว่างศึกษาหาพื้นที่ที่เหมาะสม โดยอาจจะมีความล่าช้ากว่าโรงไฟฟ้าขยะ ขณะที่โครงการโซล่าร์ฟาร์ม ขนาด 8 เมกะวัตต์ สามารถรับรู้รายได้เข้ามาแล้วSTOP LOSS ถ้าราคาหุ้นปิดต่ำกว่า 0.84 บาท ลงไปราคาปิด 10.90 แนวรับ 10.80-10.60 แนวต้าน 11.30-11.60 , 11.80-12อุตสาหกรรมยางแปรรูปเป็นอุตสาหกรรมที่มีต้นทุนวัตถุดิบคิดเป็น 94%-98% ของต้นทุนการผลิตของผู้ผลิตยางแปรรูปแต่ละราย ผู้ประกอบการจึงมีความเสี่ยงจากความผันผวนของราคายางธรรมชาติ ดังนั้น กำไรและกระแสเงินสดของผู้ประกอบการจึงมีความผันผวนอย่างมาก ทั้งนี้ ในระหว่างปี 2553-2557 บริษัทมีอัตรากำไรจากการดำเนินงานก่อนค่าเสื่อมราคา (ไม่รวมการกลับรายการของการด้อยค่าของสินค้าคงเหลือ) เคลื่อนไหวอยู่ในช่วง 0.64%-3.79% และกำไรก่อนดอกเบี้ยจ่าย ภาษี ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) อยู่ระหว่าง 1,490-4,945 ล้านบาทสำหรับวาระการพิจารณาที่น่าสนใจ มีดังนี้ กระทรวงการคลังจะเสนอ ครม.พิจารณาเห็นชอบร่าง พ.ร.บ.การจัดตั้งกองทุนเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันสำหรับกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย วงเงิน 1 หมื่นล้านบาท โดยเงินที่ใช้ในการจัดตั้งและหมุนเวียนในกองทุนส่วนหนึ่งมาจากเงินงบประมาณ และอีกส่วนมาจากแหล่งอื่นๆ เช่นเงินจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ,ปัจจัยในประเทศ: ตัวเลขส่งออกเดือน ต.ค. คาด -7.4% (เดือนก่อนหน้า -5.51%) นำเข้า คาด -17.29% (เดือนก่อนหน้า -26.20%)ราคาหุ้นบริษัท พัฒน์กล จำกัด (มหาชน) หรือ PK ปิดตลาดวันนี้อยู่ที่ 4.92 บาท บวก 1.02 บาท หรือ 26.15% สูงสุดที่ 5.05 บาท ต่ำสุดที่ 3.90 บาท มูลค่าซื้อขาย 438.57 ล้านบาท,อย่างไรก็ดี ยังมีปัจจัยบวกที่จะช่วยสนับสนุนการส่งออกของไทยในระยะต่อไปได้ คือ การทำข้อตกลงเขตการค้าเสรี(FTA) กับประเทศต่างๆ, นโยบายของภาครัฐที่หันมาสนับสนุนและพัฒนาการผลิตในประเทศ สนับสนุนภาคบริการ ตลอดจนการสนับสนุนนภาคอุตสาหกรรมIMPACT(+) BAY SCC AOT BH GLOBAL BDMS TOP GLOW KBANK TASCO CPN MINT PTTEP TCAP BBL DELTAGLOB28C1604A +16.7% (GLOBAL +5.83%)。

Professor Justin Jesty’s Art and Engagement in Early Postwar Japan reframes the history of art and its politics in Japan post-1945. This fascinating cultural history addresses our broad understanding of the immediate postwar era moving toward the Cold War and subsequent consolidations of political and cultural life. At the same time, Jesty delves into an examination of the relationship between art and politics that approaches art as a mode of intervention, but he moves beyond the idea that the artwork or artist unilaterally authors political significance to trace how creations and expressive acts may (or may not) actually engage the terms of shared meaning and value.

Art and Engagement in Early Postwar Japan centers on a group of social realists on the radical left who hoped to wed their art with anti-capitalist and anti-war activism, a liberal art education movement whose focus on the child inspired innovation in documentary film, and a regional avant-garde group split between ambition and local loyalty. In each case, Jesty examines writings and artworks, together with the social movements they were a part of, to demonstrate how art—or more broadly, creative expression—became a medium for collectivity and social engagement. He reveals a shared if varied aspiration to create a culture founded in amateur-professional interaction, expanded access to the tools of public authorship, and dispersed and participatory cultural forms that intersected easily with progressive movements. Highlighting the transformational nature of the early postwar, Jesty deftly contrasts it with the relative stasis, consolidation, and homogenization of the 1960s.

Order this book online from?Cornell University Press?and use the coupon code: 09FLYER to save 30%

People Involved: 
Research Type: 
Research Status: 
Completed/published
Share